10 นักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล…

ผู้หญิงมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาศักยภาพด้านการกีฬาการเตะ และมีความสุขกับการได้มีส่วนร่วมการลงแข่งในสนามฟุตบอลมานานแล้ว ซึ่งการแข่งขันนั้นจะเหมือนกันกับการแข่งขันฟุตบอลชายทุกอย่าง ทั้งเงื่อนไขการแข่ง กติกา และช่วงเวลาที่ใช้ในสนามทั้งหมด 90 นาทีของเกมส์ แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จในการแข่งขันของฟุตบอลโลกหญิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ด้วยค่าความนิยมในสภาวะเพศแบบในศตวรรตก่อนๆนั้น ก็มีส่วนสำคัญกับข้อกังขาหลายๆอย่างก่อนที่จะมีทีมฟุตบอลหญิง ดังเช่นในศตวรรตนี้ ดังนั้นเราจะพาทุกท่านมาค้นหา ความสำเร็จที่น่ายกย่องนี้กับ 10 นักฟุตบอลหญิงที่ยอดเยี่ยม และเป็นตำนานของทีม และเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลังติดตามด้วย.

Nadine Angerer (เยอรมัน)

นาดีน แองเกอเรอร์ ตัวสํารองของทีมชาติที่คว้าแชมป์ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ผู้รักษาประตู หญิงเก่งคนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของเธอด้วยการป้องกันประตูปิดฉากฝ่ายตรงข้ามด้วยสถิติ 540 นาที ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกของเยอรมนีในปี 2007 หกปีต่อมาเธอเกือบจะประสบความสําเร็จ โดยการป้องกันยิงจุดโทษในเพียงประตูเดียวของการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปปี 2013 และบันทึกการสกัดเตะจุดโทษสองครั้งในรอบชิงชนะเลิศ และกำชัยชนะของศึกระหว่าง เยอรมนี กับ นอร์เวย์ เธอจึงเป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่ได้รับรางวัล FIFA Player of the Year Award.

แองเกอเรอร์ ยังคงเป็นผู้เล่นและผู้รักษาประตูชั้นยอดที่สุด โดยได้รับตําแหน่งในทีม ออล สตาร์ ฟุตบอล โลกหลังจากปรากฏตัวในทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเธอในปี 2015 ที่ผ่านมา.

Kristine Lilly (อเมริกัน)

คริสติน ลิลลี่ บางครั้งถูกมองข้ามในรายชื่อผู้เล่นชาวอเมริกันที่ดีที่สุดตลอดกาล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้มาว่าเป็น ‘หญิงเหล็ก’ ของทีมฟุตบอล: ตลอดอาชีพนักเตะที่ยาวนานตั้งแต่ปี 1987 ถึง 2010 เธอคว้าหมวกรางวัลมากกว่า 352 ใบ (ได้รับรางวัลจากการปรากฏตัวในทีมชาติในการแข่งขันระดับนานาชาติ) ในขณะที่มักจะยกการโจมตีให้กับกองหน้าอย่าง มิเชล เอเคอร์ส และ มีอา แฮมม์ กองกลางที่มีส่วนร่วมจากการสร้างสถิติที่ 130 ประตู และ 105 แอสซิสต์ ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังคงติดอันดับหนึ่งในผู้นําตลอดกาล ไม่ว่าเธอจะมีบทบาทอย่างไร ประวัติของลิลลี่ในการชนะฟุตบอลโลกสองครั้งและเหรียญทองโอลิมปิกสองเหรียญ ก็ตอกย้ำความสําคัญ และความสำเร็จของเธอที่มีอิธิพลกับชาวอเมริกันนักเตะหญิงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในสหรัฐ เช่นกัน.

Christine Sinclair (แคนนาดา)

คริสติน ซินแคลร์ เชื่อกันว่าเธอเปรียบเสหมือนตัวแทนที่กีฬาประจําชาติ แม้ว่าอาชีพฟุตบอลของเธออาจจะไม่ได้โดดเด่นดังเช่นนักกีฬาประเภทฮอกกี้ในประเทศ แต่อย่างน้อยซินแคลร์ก็ได้ทำให้กีฬาฟุตบอล เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ที่ได้ชื่อว่า Great White North กว่าเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา กับทีมชาติและสโมสรอาชีพต่างๆ

ซินแคลร์ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เล่นที่มีความสามารถพิเศษ ในการวางตําแหน่งตัวเองให้อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมด้วย.ซึ่งไม่ได้หมายความว่าความสําเร็จของเธอนั้นไม่เพียงแต่มีอิธิพลในประเทศ แต่มีกับกีฬาทั่วโลกด้วย ซินแคลร์เคยเกือบโค่นล้มชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลเพียงลําพังด้วยแฮตทริกของเธอ ในรอบรองชนะเลิศโอลิมปิกปี 2012 และเธอทําประตูชัยในเกมส์ในการแข่งขันเหรียญทองแดงกับบราซิลในโอลิมปิก 2016 การออกจากฟุตบอลโลก 2019 ของแคนาดา ทําให้ซินแคลร์รู้สึกขายหน้ากับสถิติตลอดกาล สําหรับการทําประตูในระดับนานาชาติ แต่มันเป็นจนเวลาได้ผ่านไปเธอจึงอ้างสิทธิ์ในการทำสถิติตามนั้น และการยอมรับในผลคะแนนที่ผ่านมา.

Abby Wambach (อเมริกัน)

แอ๊บบี้ แวมแบช เป็นกําลังสำคัญของทีมที่เหนียวแน่นด้วยความสูงเกือบ 6 ฟุต เพราะด้วยขนาดของร่างกายที่สูงใหญ่ ความแข็งแกร่ง และความดุดันของเธอ เธอเป็นผู้นําตลอดกาลของทั้งชายและหญิง ด้วยเป้าหมายการทำประตูในการแข่งระดับนานาชาติถึง 184 ประตู หลังจากการชนะเกมส์กับบราซิลได้มอบเหรียญทองให้ แอ๊บบี้ในโอลิมปิกปี 2004 ด้วย จากความเก่งกาจของเธอ ที่ทําให้ชาวบราซิลต้องตกใจอีกครั้ง ในการคว้ารางวัลรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ปี 2011 อีกครั้ง.

เธอคว้าเหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่สอง และถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าปี 2012 ทําให้เธอยืนหยัดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล แม้การปรากฏตัวของเธอในฟุตบอลโลกปี 2015 แต่นั้นเธอกลับมาอีกครั้งกับชัยชนะของสหรัฐฯ เธอเปรียบเหมือนไอซิ่งบนเค้ก เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นมากๆ คนหนึ่ง และเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของกีฬาฟุตบอล.

Homare Sawa (ญี่ปุ่น)

เช่นเดียวกับลิลลี่ โฮมาริ ซาวะ เป็นยักษ์ใหญ่แห่งการมีครองความเก่งกาจที่ยืนยาว สําหรับทีมในประเทศของเธอโดยบันทึกสถิติที่ญี่ปุ่น ทำได้ถึง 205 ครั้งในสายอาชีพนักเตะระหว่างประเทศ ที่เริ่มต้นด้วยผลงานสี่ประตูในปี 1993 เธอคือกองกลางที่ปราบคู่แข่งแบบเรียบเป็นหน้ากอง ได้รับชื่อเสียงในท้องถิ่นหลังจากคว้าแชมป์สโมสรหลายแห่งใน ลีกนาเดชิโกะ แต่ความนิยมของเธอเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในช่วงฟุตบอลโลก 2011 เริ่มต้นด้วยแฮตทริกในรอบแบ่งกลุ่ม และจบลงด้วยประตูช่วงท้ายเกมส์ที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นคว้าชัยชนะเหนือสหรัฐฯ อย่างน่าประหลาดใจในรอบชิงชนะเลิศ ซาวะเป็นชาวเอเชียคนแรกที่คว้ารางวัล FIFA Player of the Year เป็นดั่งความสําเร็จแบบสายฟ้าแลบของปี 2011 เลยก็ว่าได้ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ร่วมแข่งในระดับนานาชาติแล้ว แต่ถว่าช่วงชีวิตที่น่าประทับใจของเธอ ก็จบด้วยการรองชนะเลิศในโอลิมปิก 2012 และฟุตบอลโลก 2015 ด้วย.

Sun Wen (จีน)

ในขณะที่ทีมหญิงอเมริกันประสบความสำเร็จด้านฟุตบอลดั่งสายฟ้าในทศวรรษ 1990 แต่จีนก็กลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามมากๆ ด้วยความสามารถพิเศษของผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง ซุนเหวิ่น ผู้ที่ทําให้สหรัฐฯ หัวเสียในโอลิมปิกเกมส์ปี 1996 และฟุตบอลโลก 1999 ด้วยการยิงถึง 7 ประตูของเธอ ในทัวร์นาเมนต์หลังส่งผลให้ เธอได้พาทีมกำชัยชนะ และรับรางวัลโกลเดนบอลและ ได้รับเกียรติยศรางวัลรองเท้าทองคําด้วย.

การย้ายมาระหว่างตําแหน่งกองหน้าและกองกลางตัวรุก ซุน มีชื่อเสียงในด้านความรวดเร็วและความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก และนําไปสู่การยิง 106 ประตูที่น่าประทับใจใน 152 นัดระดับนานาชาติ ในขณะที่อาชีพฟุตบอลของเธอใกล้จะเสร็จสิ้น เมื่อถึงเวลาที่เธอได้แสดงทักษะของเธออย่างมืออาชีพ ในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นทศวรรษ 2000 หลังจากเกมส์ดังกล่าวทําให้เธอได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นร่วมของฟีฟ่าในศตวรรษที่ 20 ไปครอง.

Michelle Akers (อเมริกัน)

มิเชล เอเกอรส์ เปรี่ยบดั่งเพชรในช่วงของกลางทศวรรษ 1980 เธอทิ้งร่องรอยความสําเร็จเหนือมนุษย์ของเธอในสนาม เธอทําสถิติยิงได้ 10 ประตูในนัดเดียว เพื่อขับเคลื่อนสหรัฐอเมริกาไปสู่ชัยชนะในฟุตบอลโลกหญิงครั้งแรกในปี 1991 และเป็นแกนหลักของทีมอเมริกันที่ชนะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1996 และฟุตบอลโลกปี 99.

เอเกอรส์ จบด้วย 105 ประตูใน 153 เกมส์ระดับนานาชาติซึ่งเป็นผลงานที่น่าทึ่งเมื่อพิจารณาว่าเธอใช้เวลาช่วงปลายปีในอาชีพฟุตบอลของเธอ ในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าเรื้อรังและโรคความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เธอได้รับเกียรติให้เป็นผู้เล่นร่วมแห่งศตวรรษกับ ซุนเหวิ่น แต่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจมาจากเพื่อนร่วมทีมและโค้ชที่เข้ากันได้ดีกับเธอมาหลายปีแล้ว “เธอเป็นนักรบ” แฮมม์ เพื่อนผู้ร่วมทีมในช่วงเวลานั้น กล่าว “เธอเป็นทุกอย่างของเราจริงๆ”.

Birgit Prinz (เยอรมัน)

อิธิพลของนักเตะที่โด่งดัง เช่น แวมแบช และ เอเกอรส์ ทำให้ บรีจิท ปรินซ์ เป็นพลังที่ไม่ฉุดไม่อยู่ซึ่งนําทีมในระดับประเทศและระดับสโมสร ไปสู่ความสําเร็จอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา กองหน้าตัวเก่งคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกจาก 5 สมัยกับเยอรมนีเมื่อปี 1995 และเป็นหัวใจสําคัญของทีมที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกแบบแบ็คทูแบ็คในปี 2003 และ ’07 สําหรับรางวัลส่วนบุคคล เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล FIFA Player of the Year สามครั้ง และจบรองชนะเลิศอีกห้าครั้ง พรินซ์ ถูกผูกไว้เป็นอันดับสองตลอดกาลด้วยการทำประตูฟุตบอลโลกถึง 14 ประตู ปรินซ์ จัดว่าเป็นนักเตะที่สำคัญในกีฬาฟุตบอลของประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย ร่วมกับนักเตะในตำนานชายของอย่าง ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์และ เกิร์ด มึลเลอร์.

Mia Hamm (อเมริกัน)

มิอา แฮมม์ เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนแรกของกีฬาฟุตบอล เธอเป็นดั่งใบหน้าของทีมด้วยความสวยของเธอ และยังพาทีมชนะการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1999 ซึ่งเปลี่ยนฟุตบอลหญิงจากกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม ให้เป็นกีฬาที่มีอํานาจอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่สําหรับการถ่ายโฆษณาและนิตยสาร ของ Nike ทั้งหมดนี้ไม่สามารถเปลี่ยนความเก่งกาจของเธอได้เลย ฟอร์มในสนามที่ไม่ตกด้วย ความเร็ว การควบคุมบอล และวิสัยทัศน์ของเธอสร้างผลงานถึง 158 ประตูในอาชีพทีมฟุตบอลหญิงระดับนานาชาติ (เป็นครั้งที่สามตลอดกาล) และ 144 แอสซิสต์ (ยังคงเป็นสถิติที่ไม่เคยตก ณ เดือนมิถุนายน 2019) เธอในฐานะผู้ทําประตูเมื่อถึงเวลาที่เธอกลายเป็นดั่งดาราที่มีชื่อเสียง แฮมม์ยังคงมีอิพลต่อเกมส์มากพอที่จะชนะรางวัล FIFA Player of the Year Awards สองรางวัลแรกและในปี 2004 เธอได้เข้าร่วมกับ เอเกอรส์ ในฐานะผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์ในรายชื่อผู้เล่นที่มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกีฬานี้ของ เปเล่.

Marta (บราซิล)

หากแฮมม์เป็นซูเปอร์สตาร์หญิงคนแรกของฟุตบอล มาร์ตา ก็เป็นคนที่ยกระดับมาตรฐานเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้หญิง ก็มีความสามารถ ร่วมกับความงดงาม และมีไหวพริบ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกพิจารณาว่าเป็นผู้มีอิธิพลต่อผู้ชายที่คลั้งใคล้ในเกมส์ฟุตบอลด้วย หลังจากมีชื่อเสียงในสวีเดนซึ่งเธอเริ่มได้รับรางวัล FIFA Player of the Year Awards ห้ารางวัลติดต่อกัน กองหน้าที่แข็งแกร่งผู้นี้ก็คว้าเวทีระดับนานาชาติด้วยการยิงเจ็ดประตูในช่วงฟุตบอลโลกปี 2007.

ในขณะที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เธอไม่สามารถคว้ารางวัลสูงสุดในฟุตบอลโลกหรือโอลิมปิกได้ มาร์ตา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความฉลาดที่มุ่งมั่นของเธอด้วยการได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมฟีฟ่าครั้งที่หกในปี 2018 และในปี 2019 ทําให้สถิติฟุตบอลโลกของเธอเพิ่มขึ้นเป็น 17 ประตู เธอยังเป็นไอคอนกีฬาฟุตบอลหญิง ด้วยการส่งข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับยุคสมัย หลังจากที่บราซิลสูญเสียความเป็นแชมป์จากฟุตบอลโลกปี 19ด้วย.

 

Last update: : สิงหาคม 10, 2022

Category: News