10 กีฬาที่อันตรายที่สุดในโลก

กระดูกหัก โคม่า อัมพาต และแม้แต่ความตาย ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของการเล่นกีฬาที่อันตรายที่สุดในโลกเหล่านี้ ทุกคนต่างรู้กันดีว่ามีกีฬาอยู่มากมายบนโลกเรา แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า มีกีฬาที่คร่าชีวิตของผู้แข่งมามากมายแล้ว เราจะสังเกตุกีฬาสุดอันตรายได้อย่างชัดเจนจากกฎและกติการการเล่น รวมถึงอุปกรณ์หรือสิ่งที่ผู้เล่นต้องเล่นกับมัน และวันนี้เรaาจะพาคุณไปดูกัน กับ 10 กีฬาที่อันตรายที่สุดในโลก ดังนั้นหลังจากอ่านบทความนี้แล้วเราอาจจะมองความสุดระทึกในกีฬานั้นๆเปลี่ยนไปตลอดกาล.

 

  1. ขี่วัวกระทิง

นี่คือกีฬาโรดิโอ ที่เกี่ยวกับการทำสถิติอยู่บนกระทิงให้นานที่สุด ในขณะที่วัวกระทิงพยายามทําให้ผู้ขี่มันหล่นลงจากหลัง กล่าวคือการที่ต้องนั้งบนหลังกระทิง ที่มีน้ำหนัก 1,000 กก. และสบัดผู้เล่นด้วยความเร็วแรงเหมือนดั่งพายุสะปัดก็ไม่ปาน ทําให้น่าหวาดเสียวกับการที่ผู้แข่งอาจตกลงมาและโดนกระทิงเหยียบทับได้.

การขี่วัวกระทิงอเมริกัน ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แปดวินาทีที่อันตรายที่สุดในกีฬา” ในการให้คะแนนผู้ขี่ จะต้องอยู่บนกระทิงเป็นเวลาแปดวินาที ด้วยการใช้มือข้างหนึ่งจับเชือกที่ผูกไว้กับขาหน้าของวัวกระทิ.

การเกาะจับที่ตัวของวัวด้วยมือข้างใดข้างนึง หรือแม้แต่จับตัวเองในขณะที่อยู่บนหลังของวัว โดยเวลาไม่ถึงแปดวินาทีส่งผลให้ไม่มีคะแนนทันที การตัดสินจะต้องขึ้นอยู่กับองค์กรขี่วัวกระทิง และการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขัน โดยผู้ตัดสินจะเลือกผู้เล่นที่มีคะแนนสูงสุดทั้งสี่คน ตามลำดับตำแหน่งที่ได้รางวัล.

ในปี 1989 หลังจากเจ้าวัวกระทิงกอเร็ด เจาะหัวใจของคาวบอยชื่อ เลน ฟรอสต์ จนเสียชีวิต จึงทำให้มีการเปลี่ยนกฏ จําเป็นต้องให้ผู้แข่งสวมใส่เสื้อกั๊กป้องกันที่ทำจากวัสดุแบบป้องกันกระสุนได้ ใส่ในขณะเล่นด้วย.

 

  1. รักบี้

กีฬารักบี้เป็นกีฬาที่มีผู้เล่นในการแข่งขันด้วยจํานวนผู้เล่น 15 คนในทีม ซึ่งแต่ละทีมจะต้องใช้กำลังในการเข้าต่อสู้กันเพื่อแย่งลูกฟุตบอล โดยเวลาการแข่งจะอยู่ที่ 80 นาที ต่อเกม การแข่งขันนี้แน่นอนว่าเป็นเกมที่ใช้ความรุนแรงมากๆ จึงมักจะเกิดเหตุการณ์ที่ผู้เล่นได้รับอาการบาดเจ็บที่น่าสยดสยองอย่าง และรวมถึงกระดูกหักด้วย  การเล่นเกมรักบี้ฟุตบอลต้องอุ้มลูกบอลในอ้อมแขนเพื่อป้องกันฝ่ายคู่ต่อสู้แย่งบอลไปได้ ในรูปแบบสนามจะมีเสาประตูรูปตัว H ที่ปลายทั้งสองข้าง เพื่อให้ผู้แข่งในแต่ละทีมทำแต้มด้วยการพาลูกบอลเข้าประตูของฝั่งตรงข้ามให้ได้.

ผู้เล่นรักบี้มักจะใช้ร่างกาย และพละกำลังทั้งหมดของพวกเขาในการเล่นเกม ซึ่งนําไปสู่การกระแทกที่รุนแรงดังนั้นเสื้อผ้าของผู้สวมใส่มักจะทำอย่างหนาเพื่อป้องกันผิวหนัง และกล้ามเนื้อที่อาจเกิดการฉีกขาดได้.

จากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการถูกกระทบกระแทกซ้ำๆไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ยังทําให้ผู้เล่นมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาโรคไข้สมองอักเสบเรื้อรัง (CTE) เกิดความเสียหายของสมอง หรือภาวะสมองเสื่อมได้ด้วย.

 

  1.  แข่งรถ

ด้วยการรถยนต์ที่ขับในสนามอย่างรวดเร็ว ทำให้รถอาจพุ่งชนข้ามแทร็ก (NASCAR) หรือกระบะทราย (ดาการ์ แรลลี่) ด้วยความเร็วมากกว่า 150 ไมล์ ต่อโมง จึงเป็นที่แน่นอนว่าอุบัติเหตุจากการแข่งรถในทุกแมทช์นั้นเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกคนมักจะคิดว่าเมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาให้ดีขึ้นในทุกๆปีจะทำให้การแข่งขันรถ ‘ปลอดภัยกว่า เมื่อก่อนมาก’ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ที่สภาพเครื่องยนต์เสมอไป ด้วยปัจจัยต่างๆเช่นสภาพอากาศและข้อผิดพลาดของผู้ขับขี่ การแข่งรถยังคงจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาที่อันตรายที่สุดในโลกอยู่ดี.

รถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด ดั่งสายฟ้าแลบเฉลี่ยความเร็วที่ 175mph ผู้ขับขี่จำเป็นต้องได้รับการป้องกันโดยชุดป้องกันอัคคีภัย และหมวกกันน็อค แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยในการลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้เลย การบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ กระดูกที่ถูกทุบหัก, การสูญเสียเลือดมากเกินไปจากการกระแทก, การบาดเจ็บที่ศีรษะ หรืออื่นๆ.

ในงาน อินเดียแนโพลิส 500 ที่ถูกจัดขึ้นตั้งแต่ ปี 1911 ได้หล่อหลอมทุกอย่าง ตั้งแต่วัฒนธรรมไปจนถึงของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถ แต่ถึงอย่างไรการเสียชีวิตทั้ง 41 ราย ของนักแข่งที่เกิดขึ้นในสนามแข่งรถงานนี้ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา.

 

  1. บิ๊กเวฟเซิร์ฟ

กีฬาเซิร์ฟ เป็นการโต้คลื่นลูกใหญ่ ที่เล่นด้วยกระดานโต้คลื่นแบบ มาสโทร (maestros) โดยเล่นกับคลื่นที่มีขนาดความสูงอย่างน้อย 20 ฟุต ชัยชนะที่เป็นที่ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ และต้องการมากที่สุดคือการขี่คลื่นขนาด 100 ฟุต ที่น่ากลัวทั้งสูงชันและ เกลียวใหญ่โดยรางวัลที่จะได้รับนี้จะอยู่ที่มูลค่ารางวัล 100,000 ดอลล่า.

อันตรายที่ใหญ่ที่สุดบางประการของกีฬาประเภทนี้ ได้แก่ การจมน้ำเนื่องจากถูกกระแสน้ำพัดพาลากลงไปในก้นทะเลลึก หรือแม้แต่ถูกกระแทกด้วยหินที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำได้ นอกจากนี้ยังเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่โดนกระดานโต้คลื่นตีใส่ถึงแม้แต่ในสภาวะโต้คลื่นแบปกติ.

 

  1. สตรีท ลูจ

Street luge เป็นกีฬาที่มีความคล้ายกันกับสเก็ตบอร์ดอย่างมาก ยกเว้นลักษณะของตำแหน่งผู้เล่นจะเป็นท่านอน เหมือนนอนราบไปกับบอรืด และขับเหวี่ยงตัวตามแรงโน้มถ่วง ผู้ขับขี่อยู่ในตําแหน่งนอนหงายบนกระดานลูจหรือรถเลื่อน ในขณะที่ลูจวิ่งไปตามถนนลาดยางหรือเส้นทางด้วยความเร็วสูงมาก.

ผู้เข้าร่วมจะต้องสวมชุดหนังป้องกันและหมวกกันน็อค เพื่อป้องกันโอกาสที่จะถูกลูจของผู้แข่งอื่นๆชน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้แข่งมักไม่สังเกตเห็นว่าผู้ขับขี่ข้างๆ โอกาสของการชนกันบนท้องถนนนั้นสูงมากๆ มีเพียงแค่คันเหยียบสั้นๆใต้เท้าเท่านั้นที่ทําหน้าที่เป็นเบรก  การบาดเจ็บส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้แข่งตกจากรถเลื่อนอย่างรวดเร็ว.

 

  1. กระโดดฐาน / วิงสูทบิน

หากคุณคิดว่าการกระโดดลงจากเครื่องบินที่มีความสูง 15,000 ฟุตเหนือพื้นดินเป็นสิ่งที่อันตรายแล้ว คุณอาจต้องคิดใหม่อีกครั้ง

การกระโดดจากที่สูงดังเช่น หอคอย หรือ หน้าผาที่สูงชัน อาจฟังดูปลอดภัยกว่า ในขณะที่ในความเป็นจริงมักจะอัยตรายกว่า เนื่องจากแทบไม่มีเวลาใช้ร่มชูชีพ หรือจัดการกับปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นแบบสุดวิสัย.

อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนน้อยในชุดวิงสูทที่บินได้ เนื่องจากทั้งการกระโดดร่มและการกระโดดด้วยชุดวิงสูทมีกฎหมายให้ทำการฝึกอบรมที่ชัดเจนมาก  อย่างไรก็ตามการกระโดดฐานเป็นเรื่องที่แตกต่างกันมาก และอาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงสุด ในรายการนี้มีผู้เสียชีวิตสามสิบเจ็ดคนในปี 2559!

 

  1.  ปีนเขา

ไม่ยากเกินไปที่จะเข้าใจว่าการปีนเขานั้น เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่เป็นกีฬามีความเสี่ยงในการปีน การปีนเขาโดยแบบธรรมชาติด้วย หินธรรมชาติเช่น ภูเขา และทุกองค์ประกอบของกิจกรรมนี้มีความเสี่ยงอยู่มากๆ.

นักปีนเขาสามารถได้รับบาดเจ็บทางร่างกายที่แตกต่างกัน เช่นข้อเท้าบิด กล้ามเนื้อแพลง เอ็นฉีกขาด กระดูกหัก การบาดเจ็บที่หลังการถูกกระทบกระแทก หรืออาการบวมของน้ำเหลืองในระหว่างการออกกําลังกายอย่างหนักหรือจากการหกล้ม.

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเช่นกันในการปีนเขา อาจสามารถสูญเสียการไปให้ถูกตามเส้นทางได้อย่างง่ายดายและนักปีนส่วนใหญ่ที่หลงป่าก็อาจตายได้.

 

  1. มวย

กีฬาที่เป้าหมายเดียวของผู้เข้าร่วม คือการชกคู่ต่อสู้ของเขาให้ได้มากที่สุด ไม่ได้แปลกใจเลยหากนี่ไม่ใช่กีฬาที่ปราศจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้

สถิติเปิดเผยว่า 90% ของนักมวยได้รับความเสียหายทางสมองระหว่างอาชีพนักมวยนี้ พวกเขาอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคพาร์กินสัน หรืออัลไซเมอร์ในภายหลังในจากสังเวียนได้ อาการบาดเจ็บจากการชกมวยที่พบบ่อยที่สุดคือรอยช้ำ และบวมที่ใบหน้า มือ และซี่โครง, กระดูกกรามหัก เช่นกัน แต่ด้วยอุปกรณ์นวมก็สามารถป้องกันและลดอาการบากเจ็บได้เช่นกัน.

 

  1. แข่งรถมอเตอร์ไซด์

การพาร่างของคุณไต่ลงมาตามเนิน ด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์ต่อโมง นั้นนับเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งอย่างมาก ลองนึกภาพการขับเครื่องยนต์ที่มี เคฟลาร์เพียงไม่กี่ชั้น และหมวกกันน็อคสําหรับป้องกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เช่น กระดูกหัก และรอยถลอก ถือเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สุดในการแข่งรถจักรยานยนต์.

กระนั้น กีฬานี้ถือว่าเป็นการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุด ในประวัติศาสตร์รถจักรยานยนต์เลย สําหรับการขับไม่มีหลักสูตรเฉพาะตัว การแข่งขันจะแล่นผ่านเมืองด้วยระยะทาง 37 ไมล์ ที่แคบโดยมีมุม 250 มุม ผู้ขับขี่เฉลี่ย 120 ไมล์ต่อโมง บนถนนสาธารณะที่มีพุ่มไม้ กําแพงหิน และบ้านเรือนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ฟุต, ใน 107 ปีของการดํารงอยู่  มีผู้ขับขี่ 240 คนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตจากการเข้าร่วม 48 คน ตั้งแต่ปี 2001.

 

  1. นักขี่ม้า

การขี่ม้า อาจทำให้คุณประหลาดใจว่าจัดอยู่ในกีฬาที่อันตราย แต่การขี่ม้าทุกประเภทนั้นอันตรายมากกว่าที่เห็น ไม่มีทางที่การอยู่บนหลังของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหว อย่างรวดเร็ว และคาดเดาไม่ได้ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าคุณถึง 8 เท่านั้นมีความอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าคุณจะใส่แผ่นรองและการป้องกันมากแค่ไหน มันก็ยากมากที่จะคาดเดาการตกหรือ การกระแทกอย่างแรงที่อาจเกิดขึ้รระหว่างแข่งขัน.

ผลการสำรวจจะเห็นได้ว่าการขี่ม้า มีอันตรายเพียงใดเมื่อรายงานใน ปี 2015 สรุปว่าการเสียชีวิตของผู้แข่งม้า ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 59 รายเกิดขึ้นระหว่างปี 1993 ถึง 2015 นั่นคือค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยประมาณของการเสียชีวิต 2.7 รายต่อปี จากการจัดงาน ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณพิจารณาการขี่ม้าก็อย่าลืมสวมหมวกกันน็อค และเสื้อผ้าที่การป้องการกระแทกอย่างหนาแน่เพื่อชีวิตของคุณเองด้วย.

Last update: : สิงหาคม 10, 2022

Category: News