มีประเทศใดบ้างที่ได้รับเหรียญ การแข่งขันโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาว โดยปกติแล้ว จะถูกจัดขึ้นในทุกๆ 4 ปี และภายในปีนี้ ก็เป็นโอลิมปิกประจำปี 2022 หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า ปักกิ่ง 2022 การแข่งขันกีฬาหลายประเภทประจำฤดูหนาวนี้ จัดขึ้นระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 4 ถึง 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2022 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน พื้นที่โดยรอบที่มีการแข่งขันตามรายการที่เลือกไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2022, อย่างไรก็ดี กรุงปักกิ่งเคยได้รับเลือกให้เป็นเมืองเจ้าภาพไปครั้งนึง ในปี 2015 ในการแข่งขัน การประชุมไอโอซี ครั้งที่ 128 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นับเป็นครั้งที่สองแล้ว ที่กรุงปักกิ่งได้รับการเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคประจำฤดูหนาว.

หลังจากถูกปัดฝุ่น อีกครั้ง!  การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวของปีนี้ ก็ยังคงเป็นที่น่าต่นเต้น และมีหลายๆประเทศ ที่คว้ารางวัล เหรียญทอง เหรียญเงินและ ทองแดง บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังกับการรับชม การแข่งขันครั้งนี้จริงๆ

เนื่องจาก การแข่งขันนี้ สามารถทำให้เรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของเกมส์ เพื่อดูว่าประเทศใด เป็นประเทศที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดที่ เท่าที่เคยแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกภาคประจำฤดูฤดูหนาว ตั้งแต่อดีต.

เมื่อกีฬาภาคประจำฤดูหนาว ได้เริ่มขึ้น และได้รับความนิยม หลังจากการแข่งขันที่ได้จบไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าจะการเอาชนะในหลายๆรายการของ ประเทศนอร์เวย์ นั้น ได้คว้าเหรียญรางวัลจำนวนมากกว่าประเทศอื่นๆ ถึง เกือบร้อยเหรียญ ช่างตีห่างแซงหน้าประเทศอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน อย่างมาก และที่น่าสนใจอีกประเทศคือ ออสเตรีย ที่หลุดจากอันดับหนึ่งแค่เพียง 10 เหรียญรางวัลเท่านั้น ในเกมปี 2018  และแม้กระทั้งอีกครั้ง ที่ปักกิ่ง ปี 2020 ก็เป็น นอร์เวย์ อีกครั้งที่คว้าเหรียญรางวัลใหญ่ที่สุดด้วย 13 ทอง 8 เงินและ 8 ทองแดง และ เยอรมนีครองอันดับสอง

เรามาตรวจสอบการนับเหรียญโอลิมปิกประจำภาคฤดูหนาว ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ว่าแต่ละประเทศจะเป็นที่ไหนบ้าง.

นอร์เวย์  405 เหรียญรางวัล

นอร์เวย์ ประเทศที่เกิดมาพร้อมกับความหนาวจากหิมะที่หนา และตัวเตงของกีฬาสกี  เป็นสิ่งหนึ่งที่สภาพภูมิอากาศช่างเอื้อต่อการฝึกกีฬาประเภทภาคฤดูหนาวมากๆ ชาวพื้นเมืองยังชอบเล่นสกีวิบาก และสนุกกับการเล่นสกีกระโดด-ผาดโผนมานานแล้ว และ นอร์เวย์ก็เคยชนะการแข่งขันหลายรายการ จากการแข่งขัน ณ กรุงปักกิ่งเกมส์ ครั้งก่อนหน้านี้ด้วย.

สเก็ต ยังได้รับความนิยมในนอร์เวย์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในเพียงสามประเทศที่ได้รับเหรียญโอลิมปิกภาคฤดูหนาวมากกว่าภาคฤดูร้อน  นอร์เวย์ เองก็ได้รับรางวัลเหรียญในโอลิมปิกภาคฤดูหนาวมากกว่าประเทศอื่นๆ อีกด้วย นับตั้งแต่เกมมีการเปิดตัวแข่งขัน ครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่      ปี 1924 ด้วยการคว้าเหรียญรางวัล ไปถึง 368 เหรียญ และการแข่งขันที่น่าทึ่งเหล่านี้ ก็เป็นที่น่าจดจำมาตั้งแต่การแข่งขัน โอลิมปิกภาคฤดูหนาว ณ กรุงพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2018 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 132 เหรียญทอง 125 เหรียญเงิน และ 111 เหรียญทองแดง นอร์เวย์เป็นผู้ชนะที่โดดเด่นที่สุดในโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ประจำปี 2018 ด้วยเหรียญรางวัลชนะเลิศทั้งหมด 39 เหรียญ.

และ อีกครั้งที่ ณ ปักกิ่ง ปี 2022 นอร์เวย์ ยังคงเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดที่ กับการคว้าเหรียญรางวัลชนะเลิศได้ทั้งหมด 37 เหรียญ.

สหรัฐอเมริกา  330 เหรียญราวัล

สหรัฐอเมริกา เป็นคู่แข่งที่มีนักกีฬาฝือมือยอดเยี่ยม และฟอร์มการแข่งขันที่สูสีที่สุดกับนอร์เวย์ เมื่อเราพูดถึงประเทศโอลิมปิกภาคฤดูหนาวที่ประสบความสําเร็จมากที่สุด. การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ถึง 4 ครั้ง ทำให้สหรัฐอเมริกาได้สะสมเหรียญรางวัลไปถึง 282 เหรียญได้แก่ 105 เหรียญทอง 110 เหรียญเงิน และ 90 เหรียญทองแดง.

แต่เมื่อการแข่งขัน ที่ผ่านมา ณ ปักกิ่ง ในปีนี้ สหรัฐอเมริกา กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ที่ประสบความสําเร็จน้อยที่สุด ด้วยการคว้าเหรียญทั้งหมดที่ 25 เหรียญ และมีเพียง 8 เหรียญทอง เท่านั้น.

เยอรมนี  286 เหรียญรางวัล

และอันดับสามในรายการคว้าจํานวนเหรียญโอลิมปิกภาคประจำฤดูหนาว ก็คือ ประเทศเยอรมนี ที่มี 228 เหรียญ จำนวนเหรียญเหล่านี้ไม่รวมเหรียญที่ชนะโดย เยอรมนีตะวันออก และตะวันตก ซึ่งรวมเป็น 149 เหรียญ ตามลําดับ จาก 228 เหรียญ 96 เหรียญเป็นทอง 94 เหรียญเงินและ 65 เหรียญเป็นเหรียญทองแดง.

แต่ในปีนี้ ที่ ปักกิ่ง ปี 2022 โอลิมปิกที่ผ่านมา เยอรมนีสามารถคว้าอันดับสอง ของการคว้าเหรียญมาได้ทั้งหมด ด้วยเหรียญทอง 12 เหรียญ, เหรียญเงิน 10 เหรียญ และ  เหรียญทองแดง อีก 5 เหรียญ รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 27 เหรียญ.

ออสเตรีย  250 เหรียญรางวัล

ออสเตรีย ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกประจำภาคฤดูหนาวมา 22 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1924 โดยได้รับรางวัล ทั้งหมด 218 เหรียญ ในทุกๆการแข่งขันรวมแล้ว 65 เหรียญทอง เหรียญเงินที่ 81 เหรียญ และ อีก เหรียญทองแดง 87 เหรียญ อีกความจริงที่ชวนให้ทึ่งก็คือ เรื่องที่ประเทศออสเตรีย นั้นได้รับรางวัลเหรียญในการเล่นสกีอัลไพน์มากกว่าประเทศอื่นๆ ตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขันมาเลย.

คณะกรรมการโอลิมปิก แห่งออสเตร ก่อตั้งขึ้นและได้รับการยอมรับในปี พ.ศ. 1895 โดยมี เอ็ดวิน แฟล็ก เป็นนักกีฬาคนแรก ที่เป็นตัวแทนของออสเตรเลียในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เขาได้รับรางวัลเหรียญทองทั้งในระยะ 800 เมตร และ 1500 เมตร สำหรับการแข่งขันมาราธอน และได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในเทนนิสคู่ ของโอลิมปิกภาคฤดูร้อน เมื่อปี 1896 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ.  ชุดยูนิฟอร์มของออสเตร เป็นสีเขียวและสีทอง.

สหภาพโซเวียต  194 เหรียญรางวัล

ด้วยการลงเล่น 9 นัดในโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ซึ่งเป็นครั้งแรกของพวกเขาในปี 1954 สหภาพโซเวียต ได้รับเหรียญรางวัลที่น่าประทับใจไปถึง 194 เหรียญ โดยที่ 78 เหรียญทอง,  57 เหรียญเงิน และ 59 เหรียญทองแดง.

สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (สหภาพโซเวียต) เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกในปี 1952 และเข้าร่วมการแข่งขันในกีฬาภาคฤดูร้อนและฤดูหนาว ในเวลา 18 ครั้งต่อมา ในการลงเล่นจำนวน หกในเก้านัด ของกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูร้อน ทีมโซเวียตอยู่ในอันดับที่หนึ่ง ของจํานวนเหรียญทองทั้งหมด ที่มีการลงแข่ง และชนะในครั้งที่สอง หรือครั้งที่สาม จนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของสหรัฐอเมริกาในเกมภาคฤดูร้อน ในทํานองเดียวกันทีมได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่ง ของการนับเหรียญทองทั้งเจ็ดครั้งและครั้งที่สอง ในการลงเล่น เก้านัดในกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาวด้วย.

แคนาดา  225  เหรียญรางวัล

ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ คือการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกประจำภาคฤดูหนาว เมื่อปี 2010 ที่แวนคูเวอร์ ซึ่งพวกเขาได้รับเหรียญรางวัลชนะเลิศ 26 เหรียญ ซึ่งมากกว่าเกมก่อนหน้านั้น ที่พวกเขาได้ลงเล่น ที่ ตูริน ประเทศอิตาลี ถึงสองเหรียญ.

หลังจากการแข่งขันกีฬาภาคฤดูหนาว ปี 2018 แคนาดาได้รับรางวัล 170 เหรียญ โดยได้ เหรียญทอง 73 เหรียญ เหรียญเงิน 64 เหรียญ และ 62 เหรียญ สำหรับเหรียญทองแดง. การแข่งขันกีฬาภาคฤดูหนาว ปี 2022 นี้ ถือว่าเป็นปีที่ดี สําหรับแคนาดาด้วยการคว้า เหรียญทอง 4 เหรียญ, เหรียญเงิน 8 เหรียญ และ เหรียญทองแดง 14  เหรียญ รวมทั้งสิ้น 26 เหรียญ.

ฟินแลนด์  174  เหรียญรางวัล

ฟินแลนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ทุกครั้ง นับมาตั้งแต่เริ่ม ปี 1924 ในช่วงเวลานี้ประเทศฟินแลนด์ ได้รับรางวัลชนะเลิศถึง 161 เหรียญ จากเกมส์การแข่งขันต่างๆ ในปี 1984 พวกเขาได้สัมผัสกับความเป็นเกียรติของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ที่ประสบความสําเร็จมากที่สุด โดยมีผู้ชนะของประเทศ ที่สามารถกอบเหรียญชนะเลิศ ไปได้ 13 เหรียญ.

โดยที่นักกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็งอย่าง วอลท์เทอรี่ ฟิลป์ปูล่า เป็นผู้ถือธงของประเทศในระหว่างพิธีการเปิด และนักสกีวิบาก คริสต้า ปอร์มอคโคสกี้ เป็นผู้ถือธงในระหว่างพิธีปิด.

การคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญสุดท้ายของฟินแลนด์ ด้วยเหรียญทองรวม 2 เหรียญ และเหรียญรวมทั้งหมด 8 เหรียญ รวมถึงเหรียญทองฮอกกี้น้ำแข็ง (ไอซ์ ฮ็อกกี้) ครั้งแรกถือเป็นการแข่งที่ดีที่สุดนับตั้งแต่คว้าชัยชนะมาได้ 4 เหรียญทอง ในปี 2002 และ 9 เหรียญทอง ในปี 2006.

สวีเดน  176  เหรียญรางวัล

ในโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งนั้น สวีเดนมีความสุขกับช่วงเวลาที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดของประเทศเลยก็ว่าได้ ในการแข่งขันที่มีก่อนหน้านั้น ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ปี 2006 รับเหรียญชนะเลิศ 14 เหรียญ และที่แวนคูเวอร์ คว้าเหรียญไป 11 เหรียญ ในปี 2010 และล่าสุดชนะไป 15 เหรียญ ในการแข่งขันที่ เมืองโซซี ประเทศรัฐเซีย ในปี 2014 . ตลอดการคว้าเหรียญรางวัลทั้งหมด 144 เหรียญ  โดยมี 57 เหรียญทอง,  46 เหรียญเงิน และ 55 เหรียญทองแดง.

โดยในปีนี้ได้ผู้ถือธงเป็น โอลิเวอ แมคนอสสัน และ เอ็มม่า นอร์ดิน เป็นผู้ถือธงของประเทศในระหว่างพิธีเปิด ขณะที่ บิแอธเลท เอลวิรา เออแบร์ก เป็นผู้ถือธงในพิธีปิด.

สวิตเซอร์แลนด์   167 เหรียญรางวัล

สวิตเซอร์แลนด์ มีการแข่งขันที่ดุเดือดในโอลิมปิกภาคฤดูหนาวมาโดยตลอด นักกีฬาสามารถเอาชนะรางวัลเหรียญได้มากที่สุดในการแข่งขัน ณ เมืองคาลการี รัฐ อัลเบอต้า แประเทสแคนนาดา ปี 1988 โดยคว้าเหรียญไปครองที่  15 เหรียญ และจนถึงปัจจุบันในฐานะระดับประเทศ พวกเขายังได้รับรางวัลอีก 138 เหรียญตามลําดับในทุกๆเกมส์การแข่งขันที่ผ่านมาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน.

เวนดี้ โฮลเดนเนอร์ นักสกีอัลไพน์ และนักกีฬาฮอกกี้ อย่าง อังเดร แอมเบอล์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ถือธงชาติสวิสในระหว่างพิธีการเปิด และในขณะที่ ไรอัน เรคซ์ นักสกีฟรีสไตล์ เป็นผู้ถือธงในระหว่างพิธีปิด.

รัสเซีย  151 เหรียญ

หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 รัสเซียกลับไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาวอีกครั้ง ในปี 1994 ในฐานะรัสเซียแล้ว พวกเขามีความสุขกับช่วงเวลาที่ประเทศประสบความสําเร็จอย่างมาก ในการคว้าเหรียญรางวัลชนะเลิศ  120 เหรียญ โดยที่ได้ 47 เหรียญทอง อีก 38 เหรียญเงิน และ 35 เหรียญทองแดง. พวกเขาสมารถไต่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10 ในรายการของจํานวนเหรียญโอลิมปิกภาคฤดูหนาวได่อย่างตลอดกาล.

บทสรุป

จากที่เห็นตั้งแต่ในอดีต ไม่ว่าสถานการณ์ของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือ มีเหตุการณ์สำคัญ อะไรที่เคยเกิดขึ้นก็ตาม กีฬาก็ยังสามารถรวบรวมจิตใจผู้คนในประเทศ ให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง กีฬาช่างมีมนต์เสน่ห์และไม่เคยหายไปจากประวัติศาสตร์เลย นี่เป็นข้อดีที่ทำให้เรายังมีการจัดการแข่งขันตั้งแต่อดีต จนถึงทุกวันนี้.

ถึงแม้ว่า สำหรับกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูหนาว ในทุกๆเหรียญแทบจะตกไปเป็นของ นอร์เวย์ ก็ตาม แต่คุณคิดว่าพวกเขาจะสามารถสานต่อความสําเร็จที่โดดเด่นในโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งหน้าต่อหรือไม่ หรือจะเป็นสหรัฐอเมริกา ที่จะสามารถล้มแชมป์อย่างนอร์เวย์ และขึ้นมาครองเป็นอันดับหนึ่งแทนได้หรือไม่ อันนี่เราต้องไปติดตามกันอีกทีในอนาคต หรือ โอลิมปิกฤดูกาลครั้งต่อไปในปี 2026 ที่จะถึงนี้.

 

 

 

Last update: : สิงหาคม 10, 2022

Category: News