เคล็ดลับในการช่วยเลือกซื้อรองเท้าสตั้ดฟุตบอล ที่เหมาะกับคุณ

สำหรับนักเตะ ผู้ชำนาญที่มีประสบการ์ณมานาน การเลือกซื้อรองเท้าเตะบอลสักคู่ คงเป็นเรื่องค่อนข้างง่าย แต่สำหรับนักเตะมือใหม่ ยังคงต้องมองหาเคล็ดลับในการเลือกซื้อรองเท้าเตะบอล ที่เหมาะกับคุณอยู่ และ รองเท้าเตะฟุตบอลที่กล่าวถึงนี้คือ “รองเท้าสตั้ด” ซึ่งตัวรองเท้าสตั้ดนั้นค่อนข้างมีความโดดเด่น ทางด้านรูปลักษณ์ ที่แตกต่างไป จากรองเท้ากีฬาชนิดอื่นๆ โดยพื้นของรองเท้าสตั๊ดนั้นจะมีลักษณะปุ่มนูนใต้รองเท้า ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ยึดติดกับพื้นสนามได้อย่างดีและยังช่วยไม่ให้ผู้สวมใส่ลื่นไหลขณะเคลื่อนที่ โดยความโดดเด่นของรองเท้าสตั๊ดไม่ได้มีแค่นั้น ประเภทของปุ่มใต้รองเท้าสตั๊ดเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะปุ่มรองเท้าสตั๊ดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป หากเราใช้งานประเภทรองเท้าได้ถูกจุดประสงค์แล้ว นอกจากจะช่วยลดการบาดเจ็บระหว่างใช้งานแล้วยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาฟุตบอลได้อีกด้วย.

หลักการเลือกรองเท้าสตั้ด ที่ทำให้ใส่สบาย กระชับเท้า และ ยึดเกาะพื้นสนามได้ดี  คือ

  1. รองเท้าจำเป็นต้องกระชับกับรูปเท้า หรือ เลือกไซด์ให้เหมาะกับขนาดเท้าให้มากที่สุด ควรเผื่อบริเวณปลายเท้าให้เหลือพื้นที่ประมาณ 5 มม. ปลายนิ้วเท้าต้องสามารถขยับได้อย่างอิสระ ลองใช้มือกดบริเวณหัวรองเท้าจะมีช่องว่างระหว่างนิ้วเท้า กับ รองเท้าพอดี ไม่ควรเลือกคู่ที่หลวมเกินไป เพื่อให้ผู้เล่น สามารถรู้สึกถึงสัมผัสในขณะสัมผัสลูกบอล และ ป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บที่เท้าได้
  2. การเลือกตัววัสดุรองเท้า บอดี้ หรือ อัพเปอร์ ของรองเท้าซึ่งก็คือส่วนที่ห่อหุ้มรองเท้าสตั้ดด้านบน โดยปกติจะทำมาจาก 2 วัสดุหลัก คือ หนังแท้ และ วัสดุสังเคราะห์ แต่ละชนิด จะมีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกัน รองเท้าสตั้ดที่ทำจาก หนังแท้ จะมีจุดเด่นในเรื่องความนิ่ม ยืดหยุ่นดี หากใช้นานๆไปก้จะยิ่งกระชับเท้า แต่มีข้อด้อยเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานที่สั้นกว่าวัสดุอีกชนิด และ ยังมีราคาแพงกว่าอีกด้วย รองเท้าประเภทวัสดุสังเคราะห์ หรือ หนังเทียม อาจไม่นิ่ม และ ยืดหยุ่นไม่มาก ซึงการที่รองเท้าไม่ค่อยนิ่มนั้นอาจทำให้ตัวรองเท้ากระชับเข้ารูปกับเท้าได้ไม่ดีนัก แต่ข้อดีของรองเท้าประเภทนี้คือ ความทนทาน และ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แถมราคาย่อมเยากว่า แต่รองเท้าหนังเทียมเมื่อใช้นานๆไปก็จะสามารถปรับเข้ากับสรีระเท้าได้ดีเช่นกัน
  3. น้ำหนักของรองเท้า ควรเลือกให้มีน้ำหนักที่กำลังเหมาะพอดี และ วัสดุแข็งแรงทนทาน หากเลือกคู่ที่มีน้ำหนักไปก็จะทำให้การเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว ในทางกลับกัน หากจะเลือกรองเท้าที่มีขนาดเบามาก ข้อดีคือเคลื่อนไหวได้เร็ว และสบายเท้า แต่ตัววัสดุหุ้มก็จะมีความบางมากเช่นกัน และอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการปะทะของลูกบอล หรือ อุบัติเหตุในสนามได้รับการกระแทกที่แรง และง่ายขึ้นด้วย
  4. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับตำแหน่งที่เล่น การเลือกซื้อรุ่นหรือสเปกรองเท้าตามตำแหน่งที่เล่น ซึ่งโดยปกติแล้วรองเท้าสตั้ดส่วนใหญ่ จะออกแบบมาสำหรับผู้เล่นทุกตำแหน่งอยู่แล้ว บางรุ่นก็ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ให้เหมาะสมกับฝีเท้าของผู้เล่นตำแหน่งนั้นๆ
  5. เลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับพื้นสนามที่เล่น ปุ่มรองเท้าสตั๊ดนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่โดยหลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รองเท้าสตั๊ดสำหรับสนามหญ้าแท้ และรองเท้าสตั๊ดสำหรับสนามหญ้าเทียม โดยแต่ละประเภทจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

รองเท้าสตั๊ดสำหรับสนามหญ้าแท้

สำหรับคนที่เตะบอลในสนามฟุตบอลที่เป็นสนามหญ้าแท้ เราขอแนะนำให้เลือกรองเท้าสตั๊ดที่มีพื้นรองเท้าแบบ FG, HG, และ SG โดยทั้ง 3 แบบนี้ แม้จะผลิตออกมาเพื่อสนามหญ้าแท้เหมือนกัน แต่ทว่ามีความแตกต่างกัน

  1. แบบ FG (Firm Ground) เป็นรองเท้าสตั้ดที่เป็นที่นิยมที่สุด จะเหมาะกับสนามหญ้าชั้นดีที่มีพื้นดินนุ่มพอเหมาะ ไม่แข็งมาก หรือ นุ่มจนเกินไป เช่นเหมาะสำหรับพื้นสนามหญ้าจริง สนามส่วนใหญ่ที่ใช้เล่นฟุตบอล มักจะเป็นสนามหญ้าจริงอยุ่แล้ว ด้วยเหตุนี้รองเท้าสตั้ดประเภท FG จึงได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก, สตั้ด FG ตัวพื้นรองเท้าจะ สามารถเกาะสนามได้ดี ทั้งยังสามารถทรงตัวได้ดีมากในกรณีที่พื้นดินอ่อน และมีหญ้าปกคลุมหนาๆด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้เล่นมาก หากจะมีรองเท้าสตั้ด ตั้งแต่สองคู่ขึ้นไป และเลือกไม่ได้ว่าจะใส่คู่ใดให้เหมาะกับสนามที่กำลังจะลงเล่น นี่คือเหตุผลส่วนใหญ่ ที่ผู้เล่นเลือกซื้อรองเท้าสตั้ดแบบ FG ซึ่งช่วยให้เล่นได้ดีในพื้นดินที่สภาพแตกต่างกัน ดังนั้นหากคุณไม่สามารถเลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับพื้นสนามที่คุณจะเล่นได้ ให้เลือกแบบ FG เพราะตัวพื้นจะมีความแน่น และ เป็นกลางที่สุด รองเท้าสตั๊ด FG จะมีปุ่มกระดุมประมาณ 10 ถึง 14 เม็ดทั่วแผ่นพื้นรองเท้า ที่ช่วยยึดเกาะและหมุนตัวได้ตามการเคลื่อนไหว อย่างอิสระ
  2. แบบ SG (Soft Ground) เป็นรองเท้าสตั้ดที่ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรองเท้าประเภทที่พื้นเป็นปุ่มกระดุมเหล็ก สามารถถอดออกได้ หรือแม้กระทั้งถอดปลายสตั๊ด ปุ่มกระดุมเหล็กเหล่านี้มีทั้งทรงกลมหรือมีรูปร่างคล้ายใบมีด ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพการเล่นบนพื้นสนาม เนื่องจากสตั๊ดประเภทนี้มีความยาวของลักษณะปุ่มกระดุมเหล็กต่างกัน ผู้เล่นสามารถปรับความสั้น-ยาวของกระดุมเหล็กให้เข้ากับสตั๊ด และยังปรับให้สั้นที่สุดได้เช่นกัน เมื่อพูดถึงพื้นรองเท้าสตั๊ดประเภท SG รุ่นส่วนใหญ่จะมีปุ่มกระดุมเหล็ก 4 ปุ่ม อยู่ใต้ส่วนหน้าของรองเท้า และปุ่มกระดุมอีก 2-4 ปุ่ม อยู่ใต้ส้นเท้า หากว่าพื้นสนาม แข็งเกินกว่าที่ปุ่มกระดุมจะขุดลงไปได้ ผู้เล่นจะเสียการทรงตัว นั่นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่นข้อเท้าพลิกได้ ดังนั้นสตั้ดชนิดนี้จะเหมาะกับสนามหญ้าจริงที่เป็นดินนุ่มกว่าปกติ ถึงขั้นกึ่ง ๆ โคลน หากผู้เล่นบางคนนำไปใช้งานในสนามหญ้าเทียม ซึ่งนอกจากส่งผลต่ออายุการใช้งานของรองเท้า และสุขภาพร่างกายของผู้ใช้แล้ว ยังส่งผลให้สนามพังอย่างรวดเร็วอีกด้วย
  3. แบบ HG (Hard Ground) เป็นปุ่มที่ออกแบบมาสำหรับชาวเอเชียโดยเฉพาะ เนื่องจากสนามหญ้าส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย จะเป็นสนามที่ดินค่อนข้างแข็ง ปุ่ม HG จึงออกแบบมาสำหรับสนามหญ้าจริงที่ดินค่อนข้างแข็ง หรือ สนามดิน และ หรือ สนามหญ้าเทียม กล่าวได้ว่ารองเท้าส่วนใหญ่ที่เป็นปุ่มลักษณะนี้ จะเป็นรองเท้าที่ ราคาถูกกว่ารุ่นอื่นๆในประเภทที่สามารถใช้ได้กับสนามหญ้าจริง และวัสดุที่ใช้ทำปุ่มจะเป็นวัสดุเกรดต่ำ อาจจะเป็น เพราะว่าสภาพสนามลักษณะนี้จะเอื้ออำนวยให้รองเท้าพังได้เร็ว นอกจากนี้พื้นส่วนหน้า-หลังสำหรับ ปุ่ม HG นั้นจะเป็นชิ้นเดียวกัน มีความแข็ง และ ทนกับการกระแทกในพื้นสนามที่แข็งมากๆได้จะไม่เน้นความยืดหยุ่น แต่ยังคงความเคลื่อนไหวได้ดี หากใช้กับพื้นที่เหมาะกับการใช้งานรองเท้าประเภทนี้ จะทำให้ทรงตัวดีด้วย ถึงแม้ว่าบางรุ่นนั้น จะมีปุ่มแบบ FG,SG ในลักษณะที่พื้นส่วนหน้า-หลังแยกกัน และ สตั้ด HG นี้จะมีจำนวนปุ่มมากกว่าแบบอื่นๆอีกด้วย

 

รองเท้าสตั้ดสำหรับสนามหญ้าเทียม

สนามหญ้าเทียม เป็นสนามหญ้าที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีรองเท้าสตั๊ดที่เหมาะสมกับสนามหญ้าเทียมอยู่เช่นกัน นั่นก็คือ รองเท้าสตั๊ดแบบ AG และ TF โดยทั้ง 2 แบบก็มีความแตกต่างกัน

  1. แบบ AG
  2. (Artificial Grass) ปุ่ม AG เป็นปุ่มสมัยใหม่ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานบนสนามหญ้าเทียมในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะที่เป็นหญ้าพลาสติกบนพื้นที่ประกอบด้วยเม็ดยางจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งหญ้าเทียมแบบใหม่นี้จะมีความนิ่มมากกว่าหญ้าเทียมแบบเก่า ซึ่งเมื่อสวมใส่แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนใส่รองเท้าสตั๊ดแบบ FG ที่ไว้ใส่เล่นกับหญ้าจริง เลยทีเดียว แต่ปุ่มแบบ AG นั้น ลักษณะตัวปุ่มของสตั้ดประเภทนี้จะเป็นปุ่มรูกลวง หรือ เป็นปุ่มหนาม และ จะมีปุ่มที่ด้านหน้า ของรองเท้า จำนวนที่มากกว่า ปุ่มด้านส้นเท้า เพื่อใช้ในสนามหญ้าเทียมเท่านั้น เนื่องจากตัวปุ่มจะไม่ล็อกติดกับหญ้า ไม่ทำให้สะดุด หรือ เกิดอาการ ‘ปุ่มล็อก’ได้ และยังคำนึงถึงความปลอดภัยที่อาจเกิด จนต้องสะดุดล้มได้หากว่านำรองเท้าสตั้ดแบบนี้ไปใส่เล่นในสนามพื้นหญ้าจริง
  3. แบบ TF (Turf) ที่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกกันว่ารองเท้าสตั๊ดร้อยปุ่ม ซึ่งรองเท้าสตั๊ดร้อยปุ่มเป็นปุ่มที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนสนามพรมหญ้าเทียมแบบเก่า ซึ่งสนามจะไม่มีความนุ่ม ความลึกใดๆ แบบสนามหญ้าเทียมยุคใหม่นั่นเองจะมีจุดเด่นคือ ปุ่มที่เยอะมากจนเรียกว่ารองเท้าร้อยปุ่ม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการรองรับและกระจายน้ำหนักได้ดี ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากพื้นสนามหญ้าเทียมแบบดั้งเดิมที่ค่อนข้างแข็งได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

Last update: : สิงหาคม 11, 2022

Category: News